MovieHDFree

MovieHDFree ผ่านไปเกือบจะ 50 ปี! สถาบันออสการ์ส่งหนังสือขออภัยลิตเติลเฟคุณร์ ผู้สืบสกุลอินเดียนแดง ผู้แทน มาร์ลอน กางรนโด ขึ้นไม่ยอมรับรางวัล

เกือบจะ 50 ปี ภายหลังที่ ซาชีน ลิตเติลเฟคุณร์ (Sacheen Littlefeather) ผู้แสดงและก็นักขยับเขยื้อนเพื่อสิทธิมนุษยชน ผู้มีบิดาเป็นหมู่ชนท้องถิ่นอเมริกัน (อินเดียนแดง) เป็นผู้แทนของมาร์ลอน กางรนโด (Marlon Brando) ที่ชนะรางวัลออสการ์ดารานำชายเยี่ยมจาก ‘The Godfather’ ในปี 1973 และไม่ได้มาร่วมงาน MovieHDFree

ในสถานะการณ์ดังที่กล่าวผ่านมาแล้ว ลิตเติลเฟคุณร์ (ในเสื้อผ้าของชนเผ่าอินเดียนแดง) ได้อ่านคำปราศรัยที่กางรนโดเขียนให้คุณกล่าวเพื่อไม่ยอมรับรับรางวัลออสการ์ ด้วยเหตุผลที่สถาบันปฏิบัติต่อคนประเทศอเมริกาอินเดียนในอุตสาหกรรมภาพยนตร์ในขณะนี้

The Academy Museum of Motion Pictures หรือสถาบันออสการ์ได้กล่าวเมื่อวันจันทร์ที่ 15 เดือนสิงหาคมว่า พวกเขาจะจัดงาน ‘coversation, healing and celebration’ ในวันที่ 17 ก.ย.นี้ เพื่อเกียรติยศแก่ลิตเติลเฟคุณร์ที่ปัจจุบันนี้แก่ 75 ปี

สถาบันได้แสดงจดหมายที่ เดวิด รูบิน (David Rubin) ประธานสถาบัน ส่งถึงลิตเติลเฟคุณร์ตอนวันที่ 18 เดือนมิถุนายนก่อนหน้าที่ผ่านมา รูบินเอ่ยถึงคำปราศรัยของลิตเติลเฟคุณร์ว่า “นับเป็นคำอธิบายที่ทรงอำนาจซึ่งยังคงย้ำเตือนเราถึงสิ่งที่มีความต้องการสำหรับการนับถือแล้วก็การให้ความใส่ใจกับเกียรติยศของความเป็นคน” MovieHDFree

“ความเจ็บที่คุณจะต้องพบเจอเพราะว่าคำแถลงนี้ เกิดเรื่องไม่ควรและไม่เที่ยงธรรม” โรบินเขียนต่อว่าต่อขาน “ภาระหน้าที่ลำบากใจที่คุณจำเป็นต้องอยู่ร่วมมาตลอดแล้วก็สิ่งที่คุณสูญเสียต่ออาชีพในแวดวงของพวกเรานั้นไม่มีอะไรมาชดเชยได้ เป็นระยะเวลาที่ยาวนานแล้วที่ความกล้าที่คุณแสดงออกมานั้นถูกละเลย และก็ในโอกาสนี้ พวกเราก็เลยของส่งคำกล่าวขอโทษอย่างซาบซึ้งแล้วก็ความรู้สึกชื่นชมด้วยความบริสุทธิ์ใจ”

รีวิว Hitman’s Wife’s Bodyguard – แบบว่าบู๊แหลก ด่าทออร่อย ลามกเสมอๆภูมิหลังต๊องๆฮาแบบไม่ต้องตั้งการ์ด

เรื่องย่อ เมื่อ ‘ไมเคิล ไบรซ์’ (Ryan Reynolds) ยอดเยี่ยมบอดี้การ์ดระดับพระรอยแดง เลือกที่จะพักงานตนเองเพื่อรักษาภาวะจิตใจ แต่ว่าแล้วเขากลับถูก ‘ชอนญา คินเคด’ (Salma Hayek) เมียของมือสังหารรุ่นใหญ่ลายครามที่แวดวงมือสังหารอย่าง ‘ดาเรียส คินเคด’ (Samuel L. Jackson) หลอกให้มาทำภารกิจช่วยตามหาผัวที่โดนลักพาตัว ก่อนที่จะทั้งยังสามคนต้องร่วมมือกันสกัดคนร้ายสุดโหด ‘อริสโตเติล’ (Antonio Banderas) จุดหมายจะก่อให้เกิดเหตุการณ์ร้ายแรงทั่วยุโรป

ภายหลังสร้างความฮาด่าวายป่วงกันมาคราวหนึ่งแล้วใน ‘Hitman’s Bodyguard’ (2017) ยอดนิยมชอบในแอ็กชันบ้าเลือด รวมทั้งมุกดุแบบดุเด็ดเผ็ดมันอย่างล้นหลาม หากจะให้เล่าสั้นๆก็คือเกิดเรื่องเกี่ยวกับบอดีการ์ดสามีไปพบภรรยาหมายถึง‘ไมเคิล ไบรซ์’ (Ryan Reynolds) อดีตกาลบอดีการ์ดระดับทริปเปิลเอ จำต้องพา ‘ดาเรียส คินเคด’ (Samuel L. Jackson) มือสังหารไม้เบื่อไม้เมาไปเป็นผู้เห็นเหตุการณ์ในคดีที่ศาลโลก ที่มีส่วนทำให้ ‘ชอนญา คินเคด’ (Salma Hayek) เมียของดาเรียสจำต้องจำคุกที่เนเธอร์แลนด์ข้างใน 1 วัน

จนตราบเท่ามาถึงภาคนี้ ‘Hitman’s Wife’s Bodyguard’ หรือ ‘แสบ ซ่าส์ แบบว่าบอดี้การ์ด 2’  MovieHDFree เกี่ยวกับเรื่องของไมเคิล ไบรซ์ ที่ตกลงใจพักงานจากการเป็นบอดีการ์ดเพื่อรักษาภาวะจิตใจ แม้กระนั้นแล้วชอนญา กลับมาตามไบรซ์ให้ไปช่วยตามหาผัวที่โดนลักพาตัว ก่อนที่จะทุกสิ่งทุกอย่างจะแย่ลงกว่าเดิม ทั้งยังสามคนต้องเข้าไปพันพัวกับการหยุดยั้งแผนของ ‘อริสโตเติล’ (Antonio Banderas) หัวหน้าที่กรีซที่มีแผนการก่อการร้ายยุโรปเพื่อแก้เผ็ดที่กรีซโดนประกาศคว่ำบาตร สรุปก็คือ ภาคนี้ บอดีการ์ดพาภรรยาไปพบสามีนั่นเอง จบข่าวสาร (555)

คนจำนวนไม่น้อยบางทีอาจสงสัยว่า จำเป็นจะต้องมองภาคแรกหรือไม่ คำตอบเป็นจำเป็นจะต้องขอรับ หากว่าตัวหนังจะมี Flashback ให้มอง (ซึ่งนักเขียนมีความคิดว่า การใส่ภาพแฟลชแบ็กแบบที่เอารูปภาพจากภาคที่แล้วมาติดๆราวกับที่ทำในภาคนี้ มันค่อนข้างจะมองไม่ค่อยมีกลเม็ดเด็ดพรายไปหน่อยนะ) แม้กระนั้นก็จะมีพล็อตเล็กน้อยที่เล่าเกี่ยวข้องไปถึงภาคที่แล้ว หรือมีบางฉากที่พี่เอ็งเล่นก๊อปปี้มาจากภาคที่แล้วแบบเจตนาให้หวังฮาก็มี และก็ภูมิหลังต่างๆที่เกิดสังกัดนักแสดงหลักอีกทั้งสามด้วย คนเขียนเลยมีความคิดว่าจำเป็นมากขอรับที่ควรมองภาคแรกเพื่อปูเรื่อง แล้วหลังจากนั้นก็เก็ตบางมุกในภาคนี้ (ที่มาจากภาคที่แล้ว) ด้วย wowgame009

ซึ่งในภาคนี้ ในแง่ของพล็อต ผู้เขียนมองว่ามีความเข้าถึงง่ายกว่าภาคที่แล้วครับ ภาคนี้ดูเหมือนตัวละครที่เล่าเรื่องจะมีน้อยลงกว่าภาคที่แล้วพอสมควร ดูไม่เฉียดกรายไปเล่าเกี่ยวกับการเมืองเหมือนภาคแรก ภาคนี้เลยวางตัวให้ทั้งสามคนไปช่วยหยุดแผนวินาศกรรมยุโรป ควบไปกับการพิทักษ์ผัวเมียที่กำลังจะวางแผนสร้างครอบครัวให้ได้ฮันนีมูนกันอย่างตลอดรอดฝั่ง แล้วก็จะขับเคลื่อนด้วยแอ็กชันบู๊ฮา ๆ ที่จัดเต็มแบบยาวเหยียดชนิดที่ไม่ได้หยุดหายใจกันเลยทีเดียว แถมมีให้ดูกันทั้งเรื่องด้วยครับ คอแอ็กชันน่าจะปลื้ม

รีวิว The Last Duel ดวลชีวิต ลิขิตชะตา – เริ่มจากหนังเกียรติยศนักสู้ลงท้ายที่#metoo

ถ้าเอ๋ยถึงชื่อผู้กำกับริดลีย์ สก็อตต์ (Ridley Scott) เว้นแต่ ‘Alien’ แล้วก็ ‘Blade Runner’ หนังไซไฟในตำนานแล้ว หนึ่งในผลงานชิ้นโบว์แดงที่ยังอยู่ในใจคนชอบดูหนังผู้คนจำนวนมากคงจะหนีไม่พ้น ‘The Gladiator’ เพราะว่านอกเหนือจากจะเป็นหนังพีเรียดโรมันเรื่องแรกของสก็อตต์ มันยังเป็นหนังที่บรรลุผลสำเร็จทั้งยังในตารางหนังทำเงินรวมทั้งบนเวทีออสการ์ในฐานะภาพยนตร์ดีเพียงแค่เรื่องเดียวแล้วก็ทำให้เขาเข้าไปเกี่ยวเนื่องกับหนังแนวนี้อีก 2-3 เรื่องแม้กระนั้นทุกเรื่องล้วนมีใจกลางที่เพศชายเป็นหลัก MovieHDFree

สำหรับ ‘The Last Duel’ มีศูนย์กลางแล้วก็ที่มาจากสถานะการณ์ในประวัติศาสตร์ของประเทศฝรั่งเศสถึงคดีในที่สุดที่วินิจฉัยด้วยการดวลกันถึงชีวิตในปี 1386 ระหว่าง ฌอง เดอ ติดอยู่รูจส์ (สวมบทบาทโดยแมต เดมอน Matt Damon) กับ ฌาร์ค เลอ กรีส์ (เล่นบทโดย อดัม ไดรเวอร์ Adam Driver) 2 อัศวินในรัชสมัยของพระผู้เป็นเจ้าชาร์ลส์ที่ 6 (เล่นบทโดย อเล็กซ์ ลอว์คุณร์ Alex Lawther) ที่ท่ามกลางไฟการสู้รบคุกรุ่นกลับมีคดีชิงรักหักสวาทระหว่างพวกเขาเมื่อเลอ กรีส์ ถูกปรักปรำว่าขืนใจ เธอมาเกอร์ริต เดอ ค้างรูจส์ (สวมบทโดย โจดี วัวเมอร์ Jodie Comer) กระทั่งศาลวินิจฉัยด้วยการให้ทั้งสองได้แลกเปลี่ยนชีวิตพิสูจน์ความบริสุทธิ์จากที่กล่าวไปแล้วก่อนหน้านี้

 

แต่ว่าตามที่เป็นจริงแล้วตัวหนังเลือกจะบอกกล่าว “มุมมอง” ของสถานะการณ์เพื่อขับย้ำสารที่สำคัญมากโน่นเป็นสิทธิสตรีในประวัติศาสตร์หน้าหนึ่งของประเทศฝรั่งเศส โดยบทภาพยนตร์ที่แมต เดมอนกับเบน แอฟเฟล็ก (Ben Affleck) สองดาราหนังในหนังมาร่วมเขียนกับ นิโคล โฮลอฟเซเนอร์ (Nicole Holofcener) เลือกใช้วิถีของ ‘ราโชมอน เอฟเฟกต์’ เป็นการเล่าเรื่องราวสถานะการณ์จาก 3 มุมมองโดยเริ่มจากฝั่งเพศชาย 2 คนแล้วลงท้ายที่มุมมองของมาเกอร์ริตที่หนังเคลมแล้วก็ให้น้ำหนักมากยิ่งกว่าเรื่องในมุมมองของ 2 ชายอย่างแจ่มแจ้ง

MovieHDFree แม้ว่าจะเห็นด้วยว่าไม่ใช่เรื่องใหม่ด้วยเหตุว่าการเล่าเรื่องแบบ ‘ราโชมอน เอฟเฟกต์’ เคยถูกถือไปใช้จนถึงเฝือตั้งแต่หนังดราม่าทหารเรือบินตกใน ‘Courage Under Fire’ ของผู้กำกับเอ็ดเวิร์ด ชวิก (Edward Schwick) ที่เป็นหัวหอกให้หนังอเมริกันได้ถือแนวทางเล่าของ ‘Rashomon’ หนังประเทศญี่ปุ่นปี 1950 ของ อากิระ ลุกโรซาวา ไปใช้กันแพร่หลายหรือจะเป็นการข้ามฝั่งไปที่จีนกับ ‘Hero’ หนังมิือสังหารที่หลบซ่อนแผนฆ่าฉินอ๋องของผู้กำกับจางอี้โหมวที่ใช้สีสันมาแบ่งโทนการเล่าเรื่องได้อย่างประณีตบรรจงและละเอียดลออพิศดาร

แม้กระนั้นสำหรับ ‘The Last Duel’ แม้ว่าจะเล่าโดยการแบ่งด้วยไตเติลแต่ละมุมมองให้คล้ายกับพวกเราอ่านหนังสือ สิ่งที่จำเป็นต้องสารภาพว่าเป็นความเจนมือของริดลีย์ สก็อตต์จริงๆเป็นการ ‘เลือกเล่า’ ที่เขาถูกต้องแม่นยำสำหรับการเล่าทั้งยังการนำเสนอข้อมูลที่ได้รับมาจากคนละฝั่งมุมมองได้อย่างพอดีเป๊ะครบและก็เปี่ยมอารมณ์ทั้งยังงานดูแลและก็การลำดับภาพที่เป๊ะมากมายไม่มีสะดุดเลย